Little's profilename's small worldPhotosBlogListsMore Tools Help

Little Name

No list items have been added yet.

Windows Media Player

name's small world

No content has been added yet.
November 26

ขอบเขต???

ทุกวันนี้ สังคมไทยเสื่อมโทรมลงทุกที เพราะมีแต่คนที่เห็นแก่ได้
แต่เชื่อมั้ย ว่าเราโชคดี ที่ได้เจอคนที่เสียสละเพื่อเรา ทำอะไรก็คิดถึงเราก่อน
ถึงแม้ว่า คนนั้น จะไม่ได้เพอร์เฟค...ใช่สิ ไม่มีใครในโลกนี้ที่เพอร์เฟคหรอก
แต่เธอ ก็เสียสละทุกอย่าง ให้เราได้อะไรที่ดีที่สุด
เรื่องเครียดๆของเธอก็เยอะแยะ แต่เธอก็ไม่เคยจะทำให้เรารู้เลยว่าเธอเครียดอยู่
มีแต่เราทั้งนั้น ที่เอาความเครียดของเรา ไปแบ่งให้เธอได้เครียดด้วย
 
 
ขอโทษจริงๆนะคับ
 
แล้วก็ขอบคุณ สำหรับความรักของเธอที่มีให้เค้ามาตลอด
ถึงแม้ว่าตอนนี้ เค้าจะเป็นคนรักที่ไม่ค่อยจะดีนัก แต่ว่า เค้าก็จะพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆนะคับ
 
 
ตื่นเต้นมั้ย อีกแค่ไม่กี่วัน เราจะได้ไปเที่ยวกันแล้วนะ
ตอนนี้ก็อยากไปแล้วล่ะ ตัดขาดโลกภายนอกซักสองสามวัน สบายใจกลับมาแล้ว เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้นบ้าง
 
เบื่อพวกพันธมารเต็มทน <<< ไอ่พวกได้คืบเอาศอก เมื่อก่อนก็เชียร์อยู่นะ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มไร้สาระขึ้นทุกวัน
และก็เบื่อพวกนรกป่วนกรุงสุดๆ<<< ลืมหูลืมตากันบ้างเถิด พี่น้อง
เมื่อไหร่จะเลิกกัดกันซักที
ปากตะโกนปาวๆ รักในหลวง แล้วทำกันแบบนี้เรอะ
 
เคยคิดถึงคนที่ตกงานเปนหมื่นๆคนบ้างมั้ย
แล้วมาทำกันแบบนี้ ประเทศเสียหายไปเท่าไหร่
คิดถึงคนอื่นบ้างได้มั้ย สาดดดด เอาแต่ตัวเองสะใจก็เท่านั้น
สนามบินที่เมืองไทยมันมีอยู่ที่เดียวรึไง ถ้านายกมันจะกลับมาจริงๆ คิดว่าจะกลับไม่ได้หรอฟระ
 
ฟายยยยย
 
 
เฮ้อ ตอนแรกว่าจะเขียนซึ้งๆให้แฟนอ่าน ไปๆมาๆ วกเรื่องการเมืองจนได้
เศรษฐกิจแย่ งานไม่มีจะทำแระ นั่งคิดทั้งวัน ทำไงให้ลูกน้องกรูยังอยู่ได้
นั่งเล่นเนท เปิดไปเวปไหนก็มีแต่ลงข่าว พธม.
 
เบื่อโว้ยยยย
 
คิดถึงแฟน
 
กินข้าวดีกว่า 555+
 
 
ปล. น้องเนมคิดถึงนะคับ
 
 
October 27

Whatever

Whatever I do, I always wrong.
Whatever I do or I don't, I always wrong.
In your imagination, I never good enough.
 
YOU CAN DO BUT I CANNOT!!!
May 06

Hong Kong Trip

ทริบนี้ ขอใช้ชื่อว่า....
 
"เนมน้อยในเมืองใหญ่"
(ยังเขียนไม่เสร็จและขอใส่รูปทีหลัง เนื่องจากทำรีวิวนอกสถานที่)
 
เริ่มจากเช้าวันแรงงาน 1 พค. 2550
เจ้าเนม ตื่นนอนแต่เช้าเพื่อจัดกระเป๋าเดินทางใบย่อม เหินฟ้าสู่เมืองศิวิไลซ์ที่เพื่อนผองเล่าขานถึงความถูกของน้ำหอม
แต่สิ่งที่เจ้าเนมสนใจนั้น ไม่ได้อยู่ที่น้ำหอมหรือเครื่องสำอางค์แต่อย่างใด
เนื่องจากเจ้าเนมนั้นสนใจแต่ สวนสนุกทั้งสองที่ คือ Disneyland & Ocean Park
 
แต่การมีความสสุขย่อมมีอุปสรรคมาขัดขวาง เพราะเจ้าเนมเกิดอาการเป็นไข้และปวดท้องกระเพาะรุนแรงอย่างกะทันหัน
เจ้าเนมพยายามนอนต่อ กลิ้งไปกลิ้งมา พยายามให้หลับเพื่อให้อาการดังกล่าวทุเลาเบาบางลง
อนิจจาเนมน้อย เริ่มไม่ไหวซะแล้ววว แม่เห็นจึงถามเจ้าเนมว่า แล้วแบบนี้จะไปไหวมั้ยเนี่ย
เจ้าเนมตอบแม่ไปอย่างกล้ำกลืนว่า....ไหว แม่
แต่ในใจมีเสียงดังกังวานว่า......พากรูไปโรงบาลที ไม่ไหวแล้วววว   ไม่ไปแล้วได้มั้ยยยย กรูจะตายแล้ววว
แต่เมื่อวานผ่านไปประมาณ3ชั่วโมงเห็นจะได้ เวลาเกือบๆเที่ยงอาการเริ่มทุเลา เจ้าเนมกระเสือกกระสนลุกขึ้นมาจัดกระเป๋า เตรียมลัดฟ้าไปฮ่องกงในเวลา ห้าโมง สามสิบนาที(รึป่าววะ จำไม่ได้)
 
ออกจากบ้านตั้งแต่ประมาณบ่าย3กว่าๆ ไปรับผู้ร่วมทริบนี้ที่ RCA แล้วมุ่งหน้าสู่สนามบินอันแสนจะภาคภูมิใจ -*- ของชาวไทย....สุวรรณภูมิ
ไปถึงไวไปหน่อย จึงได้แต่รอแล้ว รอเล่า ถ่ายรูปแล้ว  ถ่ายรูปเล่า เครื่องก็ยังไม่ออกซักที เรื่มมมจะเซ็งงง
 
และแล้ว สายการบิน Hong Kong Express ที่แอร์โฮสเตสก็หน้าตาน่ารักพอประมาณ ก็พาเราไปสู่สนามบินนานาชาติฮ่องกง อย่างปลอดภัยและสวยงาม
แต่ว่าจะออกมาจากสนามบิน ก็ต้องนั่ง AE ไปต่อ MTR ลงสถานีมงก๊ก ที่บันไดเลื่อน(เสือก)เจ๊ง กรูอยากจะบ้า แต่ก็ยังไม่บ่นเพราะยังฟิตอยู่
ไปถึง Freewalkers Guesthouse ของเจ๊แอน เกือบจะไม่มีที่นอนและ เพราะเจ๊แกกลับบ้านไปแล้ว ได้พี่คนไทยคนนึงมาเปิดประตูให้ แถมยังให้ยืมโทรศัพท์อีก เป็นพระคุณอย่างยิ่งยวด
และแล้ว เราก็ได้ห้องพัก ผู้ร่วมเดินทางของเราเสียสละเดินลงไปซื้อลูกชิ้นทอด ที่อร่อยดีแต่น้ำจิ้มเค็มปี๋(อันนี้เว่อร์นะ แต่มันเค็มจริงๆ) กับน้ำชามะนาวสุดอร่อย มาให้กินก่อนนอน
 
ตื่นเช้ามา (เช้ามาก 10โมงยังไม่ไปไหน) ออกไปกินโจ๊ก กับปาท่องโก๋สุดอร่อย แต่กินลำบากเพราะมันร้อนมาก กว่าจะกินเสร็จก็ใช้เวลาไปนาน เนืองจากเจ้าเนมมันกินร้อนไม่ค่อยเป็น
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ City gate Outlet ไปเจอรองเท้าพูม่าในดวงใจ ในราคา 429เหรียญ เนมเห็นแล้วตาลุกวาว แต่ก็ยังไม่ซื้อเพราะจะไปเดินดูที่มงก๊กก่อน
เดินออกไปนอก Outlet เห็นกระเช้าลอยฟ้าที่จะพาเราไปไฟว้พระใหญ่แห่ง Ngong Ping เปิดบริการ (ในเวปมันบอกว่าปิดวันที่1-4 เปิดวันที่5) เราเลยเปลี่ยนเพลน จากวันสุดท้าย ย้ายมาประเดิมในวันแรกซะเลย
ตอนแรกก็สนุกดีนะ นั่งกระเช้าข้ามน้ำ ข้ามทะเล ข้ามภูเขา ให้Feeling อย่างกะไปปาย หรือเชียงใหม่
นั่งไปไม่เท่าไหร่ ฝนดันตกลงมา 
 
ในที่สุดเราก็ไปถึงพระใหญ่โดยสวัสดิภาพ เดินไปไหว้พระ ฝนก็ตกไป พอไว้พระ พจบอกพระว่า ขอให้ฝนหยุดตก เราจะไปดินนีย์แลนด์กันพอไปดิสนีย์แลนด์ฝนก็ไม่ตกเลย ของเค้าดีจริงนะเนี่ย
 
 
นั่งกระเช้ากลับมา ต่อ MTR ไปดิสนีย์แลนด์ สนุกดี เครื่องเล่นไม่ค่อยเสียวเลย มีแต่ของเด็กน้อย แต่ว่าโชว์เค้าดีจริง ไอที่เป็นโรงหนัง 4D กับGolden Mickey สุดยอดมาก ชอบสุดๆ  (Lion King ก็เจ๋งมากเหมือนกันนะ)
ตอนเย็น ดูพาเหรด ตกกลางคืน ดูพลุ ที่สวยอย่างผู้ดี
กลับจากดิสนีย์แลนด์ สามทุ่มกว่าๆไปเดินมงก๊ก เลดี้มาร์เกต ต่อ กลับมาปวดตะ-รีนนน โคดดด พี่แอนก็ไม่อยู่แล้ว ไม่มีกะละมังให้ยืม
เจ้าเนมเลยเกิดไอเดียสุดบรรเจิด โดยการนำถังขยะมาล้างน้ำแล้วใส่น้ำร้อนแช่เอา (เวลาใครเมื่อยๆ แล้วไม่มีอุปกรณ์ เนมไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคร้าบบ)
พอหัวถึงหมอนก็หลับสนิทถึงเช้า
 
 
 
 
 วันถัดมาก็ตื่นสายอีก ไปเดินมงก๊กก่อนไปโอเชียนปาร์ค
นั่งMTRไปลง Central แล้วต่อรถเมล์ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม
อันนี้เนมเกิดอาการแปลกใจว่า ทำไมคนจีน ต้องลูบๆๆๆ รูปจำลอง พระ เทพเจ้า ทุกๆองค์เลยนะ จนบริเวณที่ลูบเป็นเงาใสปิ๊ง แต่ตรงอื่นๆฝุ่นงี้คลั่กเลย ใครรู้คำตอบช่วยบอกเนมที
ตรงเจ้าแม่กวนอิมนี่จะติดกับชายหาด วิวเค้าสวยดีนะ อย่างกะไปชะอำแหนะ (แต่ว่าทรายเหมือนกับบางแสนนะ)
เสร็จแล้วเราก็นั่งรถเมล์ไปโอเชียนปาร์คที่เนมรอคอย
ที่นี่ก็ต้องนั่งกระเช้าอีกแล้ว เล็กกว่าเดิมด้วย ดูปลอดภัยน้อยลง และอยู่ตามหุบเหว มองลงไปเป็นทะเล กับเหวลาดลงไปชันๆ
ที่นี่ มีของเล่นหวาดเสียวให้เล่นด้วย และเนมก็มีคอนเซฟว่า ไม่เสียว ไม่เล่น ไวกิ้ง Eagle Abyss(อันนี้สุดยอดและ เป็นเครื่องเล่นที่นั่งขึ้นไปสูงๆแล้วมันก็ปล่อยเราลงมา น่ากัวโคด) ได้ไปดูโชว์คุณโลมากับคุณแมวน้ำ แล้วก็ดูปลา เค้าเรียกว่าไรหว่า ตู้ปลายักษ์ รึป่าว) แล้วก็ พิพิธภัณฑ์แมงกระพรุน(มันก็น่ารักดีเหมือนกันนะ)
อ้อ ร้านฟาสฟู๊ดที่นี่ เค้าให้ถุงมือพลาสติกใส่เวลากินแฮมเบอร์เกอร์หรือไก่ทอดด้วย จะได้มือไม่เลอะ เจ๋งปะล่ะ
 
ขากลับมา (นั่งกระเช้านั่นแหละ) เล่นเกม ได้พวงกุญแจตุ๊กตาน้องหยดน้ำมาด้วย  เนมมันเก่งจริงๆ
 
กลับมาจากโอเชียนปาร์คก็ไปดู Sympony of light เค้าทำได้ไงไม่รู้นะ เปิดไฟหลายๆตึกตามเสียงเพลง ตอนไปนี่หลงนิดนึง เลยได้ไปเดินห้างอะไรไม่รู้ ของแพงมากไม่กล้าดู
แต่ทำให้ได้พบสัจธรรมว่า ความสะอาดและความสวยงามของห้องน้ำแปรผันตรงกับราคาสินค้าหรือค่าบริการของสถานที่นั้นๆ
(ดิสนีย์แลนด์ 350เหรียญ ห้องน้ำน่ารัก และสะอาดมาก มีกระดาษรองนั่งในห้องน้ำด้วย กับ โอเชียนปาร์ค เกือบๆ200เหรียญ --->ราคาลดแล้ว ห้องน้ำไม่สดอาดเลยอ่ะ แหวะๆ)
กลับมาก็ยังไม่วาย ขอเดินมงก๊กอีกนิดนึงก็ยังดีนะ เหอๆ
กลับมาถึงห้องก็สูตรเดิมคับพี่น้อง แตะมือ ผลัดกันแช่ตะ-รีน ในถังขยะ แล้วนอน
 
วันที่สาม
ตอนเช้าลองกินชุดอาหารเช้าที่แมค ที่เค้าว่ากันว่าอร่อยนักหนา
แล้วก็ไปเดินซอยขายของเล่น ถ้าเนมรวยกว่านี้คงกวาดโมเดลมาหลายตัว แต่นี่ไม่มีตังเลยไม่ได้เอามาซักตัว ซอยนี้ละม้ายคล้ายสำเพ็ง แต่ของถูกมากๆจริงๆ(ยกเว้นโมเดลบางตัวนะ อีเซ้นต์เซย่านี่แพงมหาศาล)
ออกมาก็ไปเดินหาติ่มซำที่เค้าว่าอร่อย โผล่มาถึงก็เกือบๆถึง Time square เดินหานานมากกก จนไม่ไหวและ เลยเดินเข้าร้านๆนึง เก่าๆแก่ๆหน่อย บริกร ก็มีแต่อาแปะๆ แต่ก็ยังพอสื่อสารกันรู้เรื่อง ภาษามือบ้าง จีนบ้าง อังกิดบ้าง แต่อร่อยมากๆๆๆๆเลยล่ะ ตอนแรกนึกว่าจะไม่รอดแล้ว และมื้อนี้ก็เป็นมื้อที่แพงที่สุดในทริบ หมดไปคนละ 100กว่าเหรียญ (150ได้มั้ง)
กินเสร็จเดินไป Time square
นั่งMTRแล้วเดินไปขึ้นรถรางมุ่งหน้าสู้Peak สวยดีนะ อากาศดีเชียว ชอบๆ วิวข้างนึงเป็นตึกๆสวยๆ อีกมุมนึงเป็นทะเลๆ เหมือนขึ้นตึกใบหยกกับดูวิวที่เขาสามมุขในที่เดียวกัน
 
กลับห้องมาด้วยความเหนื่อยล้า เข้าสูตรเดิม และนอนนน
 
 
 
 
ขอขอบคุณ สปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการ : อี้ต่าย
ขอขอบคุณ ผู้ให้ทุนสนับสนุนในครั้งนี้          : อาม่า อี้ต้อย อี้บุ๋ม
 
 
 
 
April 16

New life!!

ชีวิตวิศวกรโรงงานเริ่มแล้วคับพี่น้อง
เข้าใจชีวิตของผู้ใหญ่มากขึ้นไปอีก
ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายก่ายกอง
ไม่ใช่แค่รับผิดชอบชีวิตตัวเองให้รอดเท่านั้น เพราะยังมีชีวิตโอเปอเรเตอร์ที่เรามีหน้าที่ต้อง(พยายาม)ทำให้เค้าอยู่ดีกินดี
(เพื่อโบนัสของพวกเรา เย้)
 
พี่ซุปฯหนึ่ง พยายามกรอรใส่หูทุกวันที่ไปทำงานว่า จะทำอะไรให้คิดถึงโอเปอเรเตอร์ รวมทั้ง คนที่อยู่ข้างหลังลูกน้องเราด้วย
รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้นเลยล่ะ
 
 
โชคดีของเรา ที่ได้มาเจอพี่รวมงานดีๆ เมเนเจอร์ดีๆ และจีเอ็มดีๆ
 
 
กิจวัตรก็เปลี่ยนไปมากมายเหลือเกิน
จากหน้ามือ เป็นหลังเท้าได้ (เว่อร์ไปป่าวฟระ)
จากที่ได้ตื่น 9โมงไปเรียน (ตื่นก็บุญแล้ว) ต้องมาตื่น 6.15 ห้ามสายด้วย เพราะสายแค่นาทีเดียว มีค่าเป็นเงินกว่าพันบาทเลยนะ (รวมถึงการโปรโมตในอนาคตด้วย)
อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด
 
 
จากการทำงานมา2อาทิตย์กว่าๆ ทำให้รู้ว่า
 
Play Station2 ยังคงขายดีอยู่
 
 
 
สาระมากเลยมึง
 
 
February 29

BA. Life

วันนี้เป็นวันที่จะได้ไปเรียน วันสุดท้าย ของชีวิตนักศึกษาปริญญาตรี
ทั้งๆที่เหมือนแว๊บๆ ว่าเพิ่งไปรับน้อง กลิ้งเกียร์ ขี่จักรยานร่อนทั่วมหาลัย เข้าห้องเชียร์ แข่งเฟรชชี่ ทำค่ายเหลาฯ แข่งเกียร์เกม ไปสร้างโรงเรียนที่น่าน
 
ชีวิต4ปี นี่ไวเกินไป
 
 
ไม่มีอีกแล้วนะเว้ย ใส่เสื้อshopไปนั่งเรียนกัน 60คน
พูดแล้วก็ใจหายว่ะ
 
 
เร่งแก้โปรเจคให้เสร็จทุกคนนะมึง ต่อไปก็ต้องไปทำงานกันแล้ว
 
แล้วเจอกันตามร้านเหล้า 555
 
ปล. วันนี้สอบ pop corn กลิ่นยังติดตัวอยู่เลย เอียนชะมัด
 
September 16

รับน้อง IE

กลับมาจากรับน้องภาคแว้วว ปีนี้ไปทะเล แต่อย่าคิดว่า มันจะเหมือนกับการรับน้องทั่วๆไป เพราะเรามีกีฬาสีกับเกมวัดดวงด้วย
(ยกเครดิตให้น้องปี3 IE#16 ที่ทำให้การรับน้องไม่ได้สนุกแค่ตอนกินเหล้า)
 
ตอนแรกเช้าวันเสาร์ มีเหตุที่ทำให้พวกเราออกสายไปเกือบๆ2ชั่วโมงได้ แต่ไหนๆเราก็เป็นพี่น้องร่วมภาคแล้ว พวกพี่ๆให้อภัยได้
ไปถึง เจ้าสำราญรีสอร์ท บ้านพักปีนี้ไม่แออัด นอนสบายๆ เสียแค่หาดไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่รวมๆก็ใช้ได้
 
ไปถึงก็เล่นเกมวัดดวงกันเลย กติกาเกมวัดดวงเกมแรก ใครมีปลาหมึกอยู่ในกล่อง ตกรอบบบ << กติกานี้เล่นเอา ปี4 ตกรอบไป 3คน
เราแอบตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ใครตะกละตกรอบบ มี อีอาร์ท ป้าเอิง ละก็กิ๊บ ตกรอบแรกไป
 
พอกลับไปเก็บของเรียบโร้ยย ก็มาเล่นกีฬาสีกัน
เกมแรก วิ่งเปรี้ยว ปี4 สีเขียว(สะท้อนแสง) ชนะเนียนๆ ได้ อาชา 1ลัง
เกมสอง วิ่ง11ขา ปี4 แพ้เนียนๆ รู้สึกว่า ปี3 สีฟ้า ชนะเนียนๆ ได้ โค้กซีโร่ 1แพค
เกมสาม คาบหลอดส่งหนังยาง จิงๆแล้วปี4 โกงๆ เลยชนะ ไม่เนียนเท่าไหร่ แต่กติกาที่ไอเปียบอกทีหลังว่า ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
          กลายเป็นว่า ปี2 สีเหลือง ชนะเนียนๆ(โคดๆ) ได้แสงโสม 1 กลม
เกมสี่ เติมน้ำใส่ขวด โชคดี ปี4 จับได้แค่ขวดโซดา เลยชนะไปแบบเนียนๆ ได้ 100pipers 1 กลม
 
ตอนเย็นกินข้าวกำลังชิวๆกับกับข้าวและsea view ฝนดันตกกันซะอย่างนั้น ชาวIEประมาณ 200คน เลยต้องแออัดกันอยู่ในศาลาเล็กๆที่หลัวคารั่วและฝนสาด
ร้องคาราโอเกะ(แบบหยอดเหรียญ)กันอย่างฮา
 
กลางคืนบายศรี เราขอเป็นรุ่น limited edition ผูกให้แค่ไม่กี่คนพอ แก่แล้วไม่รู้จะพูดอะไร
บายศรีเสร็จกินเหล้าต่อ red black แสง 100 ชีวาส หมดไปไม่รู้กี่ขวดต่อกี่ขวด
วงดนตรี ไออีปี4 ประกอบด้วย กลอง2ใบ ขวดโซดาและมีดหั่นมะนาว นักร้องคือเรากับป้าแตง พร้อมคอรัสคือเพื่อนๆ และ โคโยตี้ประจำภาคที่ยิ่งดึกยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ที่เด็ดดวงสุด คงเป็น ทราย(แอบสงสัยว่า ทรายคงนึกว่าตัวเองเปนลีด แต่ละท่านี่สุดยอด) กะกิ๊บ  
(อยู่มา3ปีเพิ่งรู้ว่าภาคเรามีโคโยตี้ด้วย)
 
แถมมีชีเปลือย แก้ผ้าวิ่งลงทะเลอีก เรื้อนกันจิงๆ
 
ครั้งนี้เป็นรับน้องครั้งสุดท้าย ที่สุดยอดมากๆๆ
ตื่นเช้ามาเจ็บคอกันเลยทีเดียว เหนื่อยว่ะ เด๋วค่อยมาอัพต่อ
  
September 11

ยังเยอะได้อีก...

เมื่อวันอาทิตย์ไปดู สายลับจับบ้านเล็ก มา
ชอบ พีค หว่ะ น่ารัก สวย หุ่นดี อะไรจะเพอร์เฟค ขนาดนั้น
 
เมื่อวาน แข่งบาส ประเพณี วิดวะ วิทยา
แต่เกือบจะกลายเป็น มวยประเพณีไปแล้ว
แข่งบาสคณะมา ปีนี้เป็นปีที่4(แก่ว่ะ) เพิ่งจะเคยเจอแบบนี้ครั้งแรก
ใช่สิ คณะกุมันบาสผู้ดี ไม่เคยเปนผู้กระทำ เปนแต่ผู้ถูกกระทำ....อย่าคิดลึกๆ
กุโดนชนกระเด็น แล้วแถไปอีก (ถ้าเป้หรือป้านุ้ยไม่รู้ ไม่จับกุไว้ คงยังแถไปอีกไกล) ยังไม่ด่ามึงเลยคับ น้องคับ
แต่มึงมาหาเรื่องเพื่อนกุคับ แสดด
แต่อย่างไรก็ดี (ฮ่า) ก็ชนะมาได้ 30 กว่าๆ ต่อ 6
 
ปล. ยินดีต้อนรับเป้ กลับมาสู่ทีมอีกครั้งง โย่วว
ปล2 โปรเจคยังไม่เสด แล้วยังมีโปรเจคคอมเอดมาเพิ่มอีก แล้วมีรายงานสัมนาอีก แล้วอ่านหนังสือสอบToeicอีก เฮ้อ บ้าตาย
 
  
September 08

anybody

 นิยาม ความรัก ฉบับวันนี้
ความรัก คือ พลังขับเคลื่อน เป็นแรงบันดาลใจ เป็น...น้ำมันละกันวะ วันนี้ราคาน้ำมันขึ้นอีก40ตัง (แสดด)
ถ้าเปรียบคนเป็นรถ ความรักคงเป็นน้ำมัน
แต่ถ้ามีใครเจือกจุดบุหรี่ในปั๊มน้ำมัน รถก็คงระเบิด
เกี่ยวไรวะ
 
ตอนนี้ สับสนชีวิตเล็กน้อย มันมาอีกแล้วคับพี่น้อง
 
นั่งอ่านไดชาวบ้าน โลกไซเบอร์มันดีอย่างนี้นี่เอง
ทำให้คนจิตใจสงบ กลายเปนคนฟุ้งซ่านไปได้ ฮ่า
แค่อิจฉา...คนมีความรัก
แค่อยากมีความรัก
แค่อยากมีคนรัก
แค่...อยากมีบ้าง...ช่วยหน่อยสิ
มีคนบอกว่า พิมพ์แบบนี้ไม่ได้ ต้องบอกว่า
อยากมีบ้าง...ใครก็ได้ช่วยที
 
ไอเรื่อง รัก เนี่ย
มันให้ "ใครก็ได้" ช่วยได้หรอ
ถ้ามันเปนแบบนั้นได้ ก็ดีดิ
 
วันเนี้ย มีงานเลี้ยงของชาวuniversiade แต่เราไม่ไป ขี้เกียจขับรถ
อยากเอา AF มาอ้าง แต่จริงๆแล้วมันไม่มีอารมณ์จะทำอะไร กลัวไปละกร่อย จะเซงหนักกว่าเดิม
concert AF weekสุดท้ายแล้ว กุเชียร์มิวสิค กะ โป่ง กะ ปอง กะ แพง กะ นัท กะ ต้อล อ่าวว หมดแล้วนี่หว่า
ดูตอนเค้าซ้อมร้อง คิดว่าโอเคเลยทีเดียว
 
วันนี้เห็นว่าแดดมะเร็ง(แดดมะเร็ง คือแดดที่แรงโคดบิดรมารดา สามารถทำให้ผิวท่านเป็นมะเร็งได้) เลยขับรถไปเรียน
แต่แล้วก็ไปสายชั่วโมงกว่า สายกว่านั่งรถเมล์ไปเรียนอีก
เกลียดยามธรรมศาสตร์ที่ท่าพระจันทร์ว่ะ ลูกช่างกั้นแหงๆ
ที่จอดก็ไม่มี ยังจะกั๊กอยู่ได้ วนหาที่จอดไปครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้ โมโห
ขับกลับบ้านแม่งเลย แล้วนั่งมอไซไปเรียน
(วันนี้ ตั้งใจเรียนด้วย ไม่หลับแม้แต่น้อย..อาจารย์ซึ้งจนน้ำตาไหลเลยอะ...เว่อร์ๆ)
 
ทิ้งท้าย
ช่วงนี้ ปั่นโปรเจค สุดใจขาดดิ้น
ขอขอบคุณ แอน ที่มาทำให้เราพอมีความหวังในการทำโปรเจคอีกครั้ง ไม่งั้นกุตายแน่ๆว่ะ หมดสิ้นหนทางอย่างแรง
จารย์ดนุฯทิ้งพวกหนูไปโกอินเตอร์ อย่าลืมของฝากนะคะ แหะๆ
 
 
 
August 18

Bye Bye Universiade Bangkok 2007

 และแล้ว หน้าที่ของเราในงานมหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อนครั้งที่ 24 (Universiade Bangkok 2007) ก็จบลงไปอย่างสวยงาม
เมื่อวานมีกินข้าว(ฟรี)ด้วยกันนิดหน่อย โดยมีเจ้าภาพคือ อ.กุศล ผู้จัดการสนาม นั่นเอง แล้วต่อด้วยกีฬายิม7 และ คาราโอเกะ ที่ปาร์ค
จากตอนแรกๆ ที่ดูเหมือนจะไม่พร้อมไปซะทุกเรื่อง แต่พอถึงเมื่อวาน หรือจนกระทั่งตอนนี้ ก็แอบรู้สึกว่า ไม่อยากให้มันจบเลย
เพื่อนๆ หรือ attache' หลายๆคน ก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน
ต่อไป คงไม่ได้เล่นบาส ที่โรงยิมติดแอร์ ลูกบาสใหม่ๆเป็นสิบลูก น้ำเย็นและm sportฟรี
ต่อไป คงไม่ได้เล่นกีฬายิม7 เรียงตามความนิยม โป้งหยา จุฬาฯ ตำรวจจับผู้ร้าย และตี่
และต่อไป ก็ไม่มีครัวยิม7 สำหรับattache'อีกแล้ว
 
ขอขอบคุณ
เพื่อนๆ ชาวยิม7 ทั้ง 17คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเป็นเวลาเกือบๆ20วัน
-เพ็ญ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างหว่ะ ทั้งขนม พาไปโรงบาล แล้วก็ขอบคุณที่ดูแลเรากับน้องๆมาตลอด แกมันคุณยาย อย่างที่น้องๆเรียกกันจริงๆว่ะ
-แก๊ง โบ(น้องโก๊ะ พี่ชอบนิสัยเอ็งจริงๆว่ะ) อ๋อง(Nippon Fever) ฝ้าย(น้องแบ๊ว) เปอร์(นักบุญ) แนน(ดุไปหน่อยมั้ยคะ คุณน้อง ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วง คอยห้ามกินนู่นกินนี่นะจ๊ะ) ใบชา ครีม
-แก๊ง2สาว1หนุ่ม (Just Kidding)กับกะปุก(Buddyจอย) จอย ยิม(Thx 4 กีฬายิม7นะยะ) วุธ(ไอ้ขี้เก๊ก ชอบแกล้งคนอื่นนัก เจอโป้งหยาอินเตอร์ไป งิ้ดเลย)
-แก๊ง4สาวแซ่บ หรือ เกอร์รี่เบอร์รี่ ไอซ์ (บอกเค้าไปยัง ว่าชอบก็ให้แม่มาขอ) เอ้(Sebastian ที่รัก ฮ่า) เนม แหม่ม
 
อ่อลืม ขอบคุณพี่เจี๊ยบ ที่ให้โอกาสพวกเราได้ทำงานที่ยิม7นะคะ (อ่อ ขอบคุณที่แจกเบี้ยเลี้ยงพวกหนูด้วย) ขอบคุณพี่จีระเดช สำหรับมุขฮาๆ และคำปรึกษาหลายๆอย่าง
และขอบคุณอาจารย์กุศลสำหรับข้าวกลางวันเมื่อวานนะคะ
 
Hey
Phil(NZL). I always miss you ,Daddy.
Bryce(NZL) Cute-Gental man.
Ali(CAN) You'r cool lady. I'm still like ur shoes.
Joji(JAP) You'r cool guy. I;m ur FC. Go Go TWINS.
Thammi(RSA) Cute guy. Thx for join with our games.
 
อ่อ บรรดา เพื่อนๆ attache' ทุกคน....Nice to meet you na.
 
 
แค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวมาพิมพ์ต่อ+ลงรูปด้วย แว๊บบบบ 
 
edit 19-08-07
กลับมาจากสุวรรณภูมิ ไปส่งทีมบาสNZL มา
ร้องไห้กันหมดเลยง่ะ
Phil ให้หมวก กะพิน แล้วก็หินนำโชค ของนิวซีแลนด์มา
ขอบคุณนะคะ คุณพ่อ
หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีก
 
  
August 08

Universiade วันที่8

หลังจากงานยุ่งมากมาย วิ่งวุ่นหลายวัน วันนี้มีพิธีเปิด เลยได้กลับหอไว(เป็นวันแรกตั้งแต่ทำงานมา ที่ได้กลับหอก่อนพระอาทิตย์ตกดิน)
ทำงานมา 8วัน เจอเรื่องมากมาย แอบทำให้รู้สึกว่า มีความสามารถมากขึ้น(นิดนึง) 
เมื่อวาน เจอเรื่องที่เราคงจำไม่มีวันลืมความรู้สึกนั้น อ่านๆดูคงจะคิดว่า เป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับกุแล้ว มันสุดยอดหว่ะ
เพราะถ้าจะให้ทำด้วยตัวเอง คงไม่มีปัญญาในชาตินี้แน่นอน นั่นก็คือ
 
เมื่อวาน กุได้DUNKคับพี่น้องงงง
ความรู้สึกของการโหนห่วงบาส มันเป็นแบบนี้นี่เอง สะใจโคด
team manager ของ Australia ถิ่นจิงโจ้ แอบสอนบาสให้ แล้วก็ เล่นกันข้างสนามนิดนึง
นักบาสออสเตรเลียเห็น ตอนพักเลยชวนไปเล่นด้วย แล้วเรียกให้ไปชู๊ตใกล้ๆ (แอบได้ยิน ฝรั่งเค้าเรียกว่า shot ไม่ใช่ shoot)
พอกำลังจะชู๊ด เซนเตอร์ออสเตรเลีย แอบยกกุจากข้างหลัง ขึ้นไปดั๊งค์
ใครจะคิดว่า ในชีวิตนี้ของกุ จะได้โหนแป้นบาสที่มีความสูงมาตรฐาน3เมตร5เซน กับเค้ามั่ง
เฮ้ยย ดีใจสาดดด ดีใจโคดดด
เพิ่งรู้ว่า ความรู้สึกของนักบาสเวลาเค้าดั๊งค์ มันสะใจแบบนี้นี่เอง
ตอนขากลับ ผู้จัดการทีมกับเซนเตอร์คนนั้นก็มาแทคมือด้วย(ออกแนว คราวหน้า พาดั๊งค์ใหม่)
 
ตอนนี้ทีมในดวงใจ (ไม่เกี่ยวกับหน้าตา แต่นิสัยดี)
เชียร์แบบออกนอกหน้า คงเป็น Canada Australia German แล้วก็ New Zealand ทีมของลุงPhil<<ผู้จัดการทีมที่น่ารักโคดๆๆ แถมเป็นทีมที่หมอหล่ออีกต่างหาก
 
 
ดีใจหว่ะ คิดถูกแล้ว ที่อยู่สนามซ้อม ตอนแรกก็อยากอยู่สนามแข่งโคดๆ แต่ถ้าไปอยู่สนามแข่ง คงไม่ได้มีโอกาสเจอเรื่องแบบนี้ ฮ่า
 
เอาไว้มีเรื่องดีๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ ส่วนเรื่องแย่ๆ ไม่อยากจะเล่า เพราะไม่อยากจะจำ
แต่ยังไง ก็ทำสุดความสามารถแล้ว
 
เหลืออีก 10วัน ชาวVolunteer Universiade Bangkok2007 สู้เว้ยย
   
August 04

universiade ผ่านไป 3วัน

ทำงาน universiade มา 3 วันละ (วันนี้ วันที่4)
ขอบอกว่า เหนื่อยสาดดด คับพี่น้อง
งานที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ปัญหา มีมาตลอด
ตอนแรกก็ท้อๆหว่ะ อะไรก็ไม่มีให้กุเลย ไม่มีการเตรียมการ ไม่มีความพร้อม ต้องดิ้นรน หาเองทุกอย่าง
แม้แต่รถกลับหมู่บ้านนักกีฬา ของนักกีฬา กุก็ต้องดิ้นรน หามาให้
แต่ก็ดีนะ รู้สึกว่า ได้อะไรมาเยอะแยะมาก 
เอาเหอะ ถ้าไม่ได้เห็นว่า มีเพื่อนที่ทำงานอย่างชนิดที่ว่า กุเห็นแล้วสงสาร คงไม่ทุ่มทุนสร้าง ทำงานมากมายขนาดนี้
250บาท ใช้คุ้มเลยคับ 7โมงเช้า ถึง 5ทุ่ม....บ้าไปแล้ว
กลับหอนี่กุสลบเหมือด
 
วันนี้อัพได้เพราะโดดงานมาเรียนพิเศษ
ต้องไปและ
เดี๋ยวว่างๆจะมาเล่าให้ฟังใหม่
July 11

Mid-term 1/50

สอบ...อีกแล้ว
ยังไม่มีอารมณ์อ่าน...อีกแล้ว
ง่วงนอน...อีกแล้ว
 
ห้องเราทำไมบรรยากาศดูดวิญญาณอย่างงี้
เหมาะกับการนอนมากกว่าอ่านหนังสือนะเนี่ย
งานก็เยอะแยะ ตาแป๊ะ
เบื่อจริง
ไอที่เคยวางใจ เหนื่อยกาย ทำงานไปตั้งเยอะ(หมายถึงเพื่อนๆอะทำไปกันตั้งเยอะ ส่วนกุทำนิดเดียว) 
สรุปว่า ต้องมาอ่านหนังสือสอบอีก...ซะงั้น
สงสัย คะแนนวิชานี้ มันเต็ม 4000 แหงๆ...ใครคิดเหมือนกุบ้าง
ความรู้ ไม่มีในหัว
กุต้องไปค้นคว้า เพื่อไปสอบอีกมั้ยเนี่ย
ได้ยินเสียงแว่วๆมั้ย...คุณก็ต้องไปศึกษา....หึหึ
บอกได้คำเดียวว่า เอือม
 
พอๆ อ่านหนังสือต่อแระ แวะมาพักผ่อนเล็กน้อย
เพื่อนๆ Gear15 แล้วก็ น้องๆ ทั้งหลาย สู้ๆเด้อ
ส่วนเพื่อนๆ IE ก็ ก้มหน้า รับชะตากรรมเดียวกัน ละกันนะ ฮ่า....ขำไม่ออก
โชคดีนะจ๊ะทุกคน
 
 
ปล. ปีนี้เวลาผ่านไปไวโคด ไม่รู้ว่าเพราะงานเยอะ หรือเป็นเพราะเราอยู่ปี4
ปล.2 งานเยอะอย่างงี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปเที่ยวฟระ เบื่อจริง
ปล.3 อย่าให้ถึงตากุบ้างแล้วกัน
March 11

ปิดเทอมแว้ววว

หลังจากผ่านพ้นช่วงสอบมาได้....ยังไงวะ เทอมนี้พูดได้คำเดียวว่า มีแต่เจ๊ง กับเจ๊ง คับพี่น้อง เล่ากัน เรียงวิชาเลยละกัน
โผล่มาวันแรก MANAGE ลืมไปแล้วว่าทำไปได้ยังไง วิชา Open ชีทกองเต็มโต๊ะ แต่มันก็ไม่ค่อยมีในชีทเท่าไหร่ ดีนะที่วิชานี้ยังเรียนเองอยู่บ้าง เลยแถกันไป
วิชาที่2 หลังจากคร่ำเคร่งเขียน A4 มาเป็นอาทิตย์ วิชา MAINTENANCE ข้อ8คะแนนก็ผิดกันไปเต็มๆ ทั้งๆที่มันมีในข้อสอบเก่าเหมือนกันเดี๊ยะ แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยสนใจคำถามเท่าไหร่ก็ ซวยไป!!
 
หยุดไป4วัน อ่านหนังสือและแว่บไปชิวที่espranard ดูหนัง สวนรถไฟ และร้านเค้กอร่อยๆ sugaromar แถวเอกมัย(พิมพ์ผิดขออภัย) กลับมาต่อสู้กะ 2วิชาคณะอันโหดร้าย
 
ประเดิมสอบหลังหยุด4วันด้วย AUTOMATION งงคับพี่น้อง อ่านมาแต่ นิวแมติกส์ แต่มันเจือกออก ไฮโดรลิก แถวบ้านเรียกซวย บริจาคคะแนนไปอื้อ แต่ก็แถๆกันไป มันก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็เอาเหอะ ถ้าเทียบกับเวลาที่กรูได้เรียน และความรู้ที่ได้จากอาจารย์ โดยส่วนตัวถือว่าทำได้(เยอะแล้ว) 555
วันถัดมา วิชา Open แต่ข้อสอบที่ออกมันไม่มีในชีทคับพี่น้อง วิชา PLANT DESIGN เป็นวิชาแรกวิชาเดียวมั้งที่(ทุกคน)นั่งอยู่ในห้องสอบจนหมดเวลา ทำข้อสอบเสร็จ ไม่มีใครพูดอะไร มีแต่หันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะ คราวนี้ไม่ได้เรียกบริจาคคะแนนแล้วคับ แถวบ้านเรียก ถวายสังฆทานกันเลยดีกว่า เจ๊งคับพี่น้อง
ตัวสุดท้าย เมื่อวาน วิชา PY228 จิตวิทยา ไรซักอย่าง 120ข้อ คุณเนม ใช้เวลาเพียง 45นาทีเท่านั้น เหอๆ จะรอดมั้ยเนี่ยกรู
 
สอบเสร็จรอพ่อมารับขนของกลับบ้าน ถึงบ้านปาไปทุ่มก่า เก็บของเสร็จรีบแถออกจากบ้านไปงาน ใบโพธิ์คืนต้น ที่โรงเรียน เพื่อนๆไปกันเพียบเลย เรียนจบกันหมดแล้วเว้ยย กรูยังต้องฝ่าฟันกันต่อไปอีกปี รอกรูก่อนนะเพื่อนๆ แล้วกรูจะตามไป
 
วันนี้ กะเดินเล่นที่เจเจ ตื่นมา10โมงกว่า กะกินข้าวแล้วออกละ โอ้เอ้ไปโอ้เอ้มา บ่ายโมง กว่าจะได้ออกจริงๆก็บ่าย2 สรุป อดไปคับ เลยไปดูหนังที่ HOUSE ณ RCA 2เรื่องแหนะ เรื่อง Go go G-BOY ที่เต๊ะเล่น เปนหนังไต้หวันอ่ะ อีกเรื่องก็ Nada โซๆ (จำไม่ได้ว่าภาษาอังกิดมันเขียนไง) เหนคนเค้าบอกว่าซึ้งมากน้ำตาไหล กรูไม่เหนว่ามันจะซึ้งตรงไหน หรือว่านั่งปวดหัวอยู่ก็ไม่รู้
 
อาทิตย์นี้คงเป็นอาทิตย์เดียวที่จะได้อยู่บ้าน (แต่ก็คงไม่ค่อยได้อยู่เพราะต้องย้ายของเข้าบ้านตรงป้อมฯ แล้วก็ต้องไปสัมนาเรื่องฝึกงาน+โปรเจค) วันจันทร์หน้า(ที่19) ต้องไปฝึกงานแล้ว แถมยังทำ จันทร์-เสาร์อีกต่างหาก ก็ต้องสู้ต่อไปคร้าบบ
 
วันนี้มาอัพรูปให้ดูด้วย คงมั่วซั่วหลายงานหน่อยเพราะไม่ได้อัพรูปนานแล้วมี งานบายเนียร์ ทริบอัมพวา แล้วก็ร้านชูการ์โรมา มาฝากกัน โย่วว 
January 29

ค่ายเหลา#3

และแล้ว ค่ายวิศวะเหลาดินสอ ครั้งที่3 ก็จบลงอย่างสวยงาม
ถึงจะมีปัญหาบ้าง (ไม่บ้างเท่าไหร่ น้องแขนหักไปคน ... ขอโทดนะคร้าบบ คุณพ่อ คุณแม่ น้องเม้ง) เลยได้มีโอกาสไปสุวรรณภูมิ ครั้งแรกในชีวิต
 
 
 
 
 
 
ในฐานะประธานค่าย (ผู้ซึ่งไม่ค่อยได้ทำอะไรนอกจากเซ็นเอกสาร) ขอขอบคุณ
น้องๆค่ายเหลาทุกคน ขอบคุณที่สนใจค่าย ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือทุกอย่าง ขอบคุณจริงๆคร้าบบ
ขอบคุณ อาจารย์ธีระ(ที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลน้องให้) อาจารย์วีรชัย ที่อนุมัติค่ายให้พวกเรา
ขอบคุณสต๊าฟ ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกแผนก
ขอบคุณ น้องเปีย เกียร์16 แกเป็นประธานตัวจริงว่ะ เจ๋งมาก ไอ้น้อง
ขอบคุณ เมเจอร์ บุ๊ค วี อ๊อฟ สุบิน..... แอ่นด์ เดอะแก๊งค์เกียร์16 ทำงานได้ดีจริงๆ พวกแกเยี่ยมมาก
ขอบคุณ น้องๆเกียร์17 ทุกคนคร้าบบ ที่ช่วยกันทำงานเต็มที่
ขอบคุณ พี่อะตอม ที่มาช่วยงาน แถมยังขับรถพาไปสุวรรณภูมิอีก
ขอบคุณ ตวง ลูกเกด ด้วยนะ อุส่าตื่นแต่เช้ามาช่วย ทั้งๆที่ปกติตื่นบ่ายโมง
ขอบคุณ เจ๊ท ที่มาช่วยวันศุกร์
ขอบคุณ บ๊วย ถึงมึงจะไม่อยู่ แต่ก่อนงานตอนกรูต้องไปประชุม ช่วยทำรายงานให้กรูเยอะมาก ขอบใจจริงๆว่ะ
ขอบคุณ พวกมึงอีกที ที่รอกรูกินข้าวแล้วก็มารับหลังประชุม
ขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆอีกหลายๆคน ที่คอยถามว่า มีอะไรให้ช่วยมั้ย แค่นี้ก็ซึ้งแล้ว
ขอบคุณ พี่บี พี่เชียร์ ทีคอยให้คำปรึกษา  
ขอบคุณ กำลังใจ ทุกกำลังใจนะคร้าบบ
ขอบคุณ น้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ คนอื่นๆด้วยที่ไม่ได้พูดถึง แต่ก็ ขอบคุณ จริงๆนะ
ที่สำคัญ ขอบคุณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เอื้อเฟื้อเงิน สถานที่ และอื่นๆ ทำให้เรามีที่เรียน และเกิดค่ายนี้ขึ้นมา ถึงแม้ จะอนุมัติเงินอย่างยากเย็น และมีคำบ่นมาอีกเยอะแยะก็ตาม 
 
 
แล้วก็ขอโทษน้องๆด้วย ที่อาจจะทำอะไรให้ไม่ชอบ หรือไม่สบายใจ หรือหงุดหงิด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ด้วยนะจ๊ะ
 
 
วิศวะ ธรรมศาสตร์....ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
 
 
January 12

HBD PAPA

HAPPY BIRTHDAY PAPA
วันนี้วันเกิดพ่อ ขอให้พ่อมีความสุขมากๆสุขภาพแข็งแรงนะ
เนมจะพยายามรีบปั่นงาน แล้วกลับบ้านไปฉลองวันเกิดพ่อกัน
 
ตอนนี้ ตี4กับอีก 26นาที ปั่นงาน midterm assignmentเป็นวันที่2 และแทบไม่ได้นอนเป็นคืนที่3
จะพยายามต่อไป ถึงจะเหนื่อยเต็มที
เอาน่ะ ทำงานใช้เพื่อนตอนที่เราแอบอู้คุยโทรศัพท์ อิอิ
ก็....ดีนะ
ปีใหม่มานี่ ถ้าไม่รวมเรื่องรายงานมหาโหด ปีนี้ก็ใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ยนะ
ชีวิตตอนนี้มีความสุขดี
เหนื่อยกาย แต่ไม่เหนื่อยใจอ่ะ
กรูยอม
 
อดทน อดทน
สู้ๆ
 
ฮ่า อัพเดท ขณะนี้เวลา 8โมง 41นาที
เมทๆแต๊กตื่นมาอาบน้ำจะไปเรียนแล้ว(คือยกสัมมะโนครัวมาสิงสถิตทำงานห้องแต๊กกัน)
งานกรู เสร็จซะที
หลังจากที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอด ประมาณ 2วันครึ่ง
เสร็จเหมือนไม่เสร็จเลยว่ะ แต่ก็เอาน่ะ ไม่มีปัญญาแล้ว
เย้ ได้นอนแล้ววว
 
มาอีกที บ่าย3โมง15
ที่จริงเราควรจะได้ไปนอนอยู่บ้านแล้วใช่มั้ยเนี่ย
แต่เมื่อตอนบ่ายโมงดันมีปัญหามาอีก
บทสรุปของรายงานที่ปั่นเมื่อเช้ามันหายไป แถมยังไม่รู้ด้วยว่า ต้องสรุปทฤษฎีอย่างเดียวหรือโรงงานด้วย -*-
กรูอยากจะบวช
คิดไม่ออกแล้ว จริงๆนะ
5โมง จะเป็น death line แล้ว ยังสรุปส่วนที่เป็นโรงงานไม่ได้เลยอะ
กฏหมายก็ยังไม่เสร็จ
สถานการณ์ตึงเครียดว่ะ เพื่อนก็หายไป กรูจะถามใครได้อ่ะ
 อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดใช่มั้ย หึหึ  
 
สรุป เสร็จสิ้นกันทีเวลา 4โมง21 นาที
ด้วยความหนา 150หน้า
เกินจากที่อาจารย์สั่งมาแค่ 100หน้าเท่านั้น
กลับมายังมีรายงานต่อแถวมาต่อ
แต่ช่างมันพรุ่งนี้จะไปแด๊ะแด๋ ให้สบายใจ
^-^
 
January 01

สวัสดีปีใหม่ 2550

สวัสดีปีใหม่คับพ่อแม่พี่น้องง
ปีใหม่ปีนี้ ไป happy new year กันที่เมืองเก่า
เป็นเมืองของพระเจ้าเฮลส์บลูบอย....555ล้อเล่น
คือ..ไปวังน้ำเขียวมา(มันอยู่อีกด้านของเขาใหญ่อ่ะนะ)
ที่กรุงเทพมีระเบิดกันตู้มต้าม น่ากลัวๆ ดีนะที่ไม่อยู่กรุงเทพไม่งั้นคงต้องหนีกลับบ้านกันจ้าละหวั่น
ยังไงๆ ก็ขอให้ ปีนี้ 2550 เป็นปีที่ดี-ดี ของทุกๆคนนะ
อะไรที่ไม่ดี ก็ทิ้งมันไว้กับปีเก่าๆ
ส่วนคนเก่าๆ ที่ทำให้รู้สึกแย่ๆ ในปีเก่าๆ
ขอโหสิ แล้วก็โหสิ ให้นะค้าบบ
เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วกันไป
 
เนมรักทุกคนน้า
จุ๊บๆ
 
 
ยินดีกับความรักที่เธอได้พบ และได้พบคนที่ดีกว่าฉัน
ยินดีที่วันนี้เธอดีกว่าวันนั้น
แม้ชั้นต้องเจ็บหัวใจ
December 05

ภูกระดึง

หลังจากห่างหายไปนานนน ไม่ได้อยู่กรุงเทพมาประมาณ 4-5วันนี่เกิดไรเยอะแยะเลย
 
วันทื่ 30 พ.ย. 2549
ก่อนออกเดินทางไปภูกระดึง มีแข่งบาส วิดวะ-เอสไอ แข่งเลท ป้านุ้ยเกือบไปหมอชิตไม่ทัน ถ้าด๊อกด๋อยไม่ไปส่งนี่ตายแน่ ขอบคุณด๋อยนะค้าบ(ยังดีที่ชนะมาได้อ่ะนะ)
ไปถึงหมอชิต พี่แอ๋มก็ไปรออยู่แล้ว มีเพื่อนๆพี่แอ๋มอีก6คน (คือไปทั้งหมด 7คน มี A man คนเดียว)
เก็นกระเป๋าพี่ๆแล้วนึกว่าจะไปลงหลักปักฐานกันที่ภูเลย กระเป๋าใบใหญ่โตมาก(หลายใบอีกต่างหาก) ส่วนกรูมีแค่เป้ใบเดียว แต่ที่สำคัญคือ พอไปถึงหมอชิดแล้วเพิ่งนึกได้ว่าลืมเอาถุงนอนไป (เฮ้อออ)
นั่งรถไป นอนไม่หลับตลอดทาง ไฟหน้ารถของอีกเลนมันวิ่งแว้บๆ ได้นอนไปประมาณ 2ช.ม.ได้
ไปถึงร้านเจ๊กิม ประมาณ ตี5ครึ่ง กินข้าว ล้างหน้า แปรงฟัน แล้วนั่งรถแดงไปตีนภู ได้ออกเดินตอน 7โมง 9นาที
ตอนแรกๆก็เดินไปด้วยกัน ไปๆมาๆ เดินนำไปก่อนกับพี่หนิง แล้วก็พี่อีกคน รู้จักกันบนรถทัวร์ชือพี่แสบ (เค้ามาคนเดียวอ่ะ)
เดินมาถึงยอดภู ตอน 10โมง 22นาที รวมๆเวลาก็ 3ช.ม. กับอีก 13นาที พอดิบพอดี ไปถึงก็ไปเอาบ้าน หาที่กินข้าว รอสัมภาระ แล้วก็รอป้าๆๆ
ป้าๆเดินมาถึง บ่ายโมงมั้ง ประมาณ5ชม.เกือบๆ 6ช.ม. อ่า (ได้ข่าวว่า พี่ส้มจะเป็นลม...แก่แล้วก็เงี้ยนะ)
พอมากันครบก็กินข้าว เอาของจากลูกหาบเข้าบ้าน อาบน้ำ แล้วเดินไปผาหมากดูก (ที่ตอนแรกก็ว่าไกลแล้วนะ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นอ่ะดิ) ดูพระอาทิตย์ตกดิน เดินกลับด้วยความหนาว และ...มืดมากก กลับมาถึงบ้าน ไม่มีใครตื่นเป็นเพื่อน เล่นสลาฟได้3ตาก็แยกย้ายไปนอน
 
วันที่ 2 ธันวาคม 2549
ตื่นตั้งแต่ตี4กว่า เดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ไม่ค่อยได้เห็นพระอาทิตย์เท่าไหร่เพราะมีเมฆ คนเยอะมากแล้วก็มืดมาก คนอยู่หน้าๆนี่เสียวตกผาแทน
รู้สึกว่าขาเดินไปมืดๆ มันไกลมาก เพราะไม่รู้ทางด้วยมั้ง พี่แอ๋มแอบสะดุดบ่อยมากก ต่อไปนี้ถ้าเดินไปเจอรากไม้ คงคิดถึงพี่แอ๋มแน่ๆอ่ะ เพราะพี่แกสะดุดตลอดทาง(แถมสะดุดทุกวันด้วย)
กลับมาพัก แล้วออกเดินทาง 10โมง ไปน้ำตกถ้ำใหญ่ เดินอีกไกล๊ไกล ไป น้ำตกเพ็ญพบ โผนพบ เพ็ญพบใหม่ แล้วก็ วังกวาง น้ำเยอะมากแทบจมน้ำตายคับพี่น้องง....กรูหลอก น้ำแม่งไหลเอื่อยมาก แต่บรรยากาศที่ตอนอยู่ในป่านี่ ดี๊ดี ตอนกลับมาถึงบ้านพักประมาณ บ่าย2มั้งถ้าจำไม่ผิด ไปดูโปสการ์ด อย่างกะกรูไปผิดที่ คนละเรื่องกันเลย
ตอนกลางคืน จำไม่ได้ว่ะว่าทำอะไรไปมั่ง อ๋อ นั่งเล่นอยู่ร้านโอลีกินโกโก้ร้อน(ร้านกาแฟสดที่ต้องไปนั่งทุกมื้อเช้า และมื้อเย็น) แล้วก็กลับบ้านมานวดๆๆให้พี่แอ๋ม พี่ป๋อม แล้วก็พี่ส้ม แล้วก็ให้พี่แอ๋มนวดให้ หลับสนิทตลอดคืนนน
 
วันที่ 3 ธันวาคม 2549
วันนี้ตื่นสายหน่อย ออกเดินทางไปสระอโนดาต เจอคนไร้ซึ่งอารยธรรมทิ้งขวดน้ำไว้ อยากจะโบ้มันด้วยขวดน้ำเปล่า ทำให้กรูต้องเก็บขวดนั้นแล้วพาออกเดินทางไปด้วยอีกประมาณ 20โล แล้วก็ไปผาหล่มสัก ถ่ายรูป คนต่อแถวกันเยอะมากกก แล้วเดินต่อไปผาอะไรอีกไม่รู้ เยอะแยะมากมาย ที่ผาเหยียบเมฆได้เห็นกวางป่า 2ตัว เท่ดีอ่ะ เจอหมาลอตไวเลอร์น่าร๊ากน่ารัก ที่ร้านค้าเค้าแอบเลี้ยงไว้ ขี้เล่นมั่กๆ
กว่าจะถึงบ้านพัก 2ทุ่มกว่าๆ แล้วก็ไปกินข้าว กินโกโก้ร้อนที่ร้านโอลี (อีกแล้ว ) เล่น master logic ถึง 4ทุ่มกว่าๆ ฮามากๆๆ มีป้า2คนแอบตรวจผิด 2รอบ (ไม่อยากจะประจานแต่ก็อดไม่ได้ เนอะพี่แอ๋ม พี่อุ๊ซซี่)
กลับไปทำภาระกิจกำจัดเครื่องดื่มอันได้แก่ จิน และแบล๊คเลเบิล 1.5ลิตร ใช้วิธีกำจัดโดยเปิดไพ่ใครได้น้อยสุดและสูงสุด รับกันไปคนละ1shot เมากันไปตามๆกัน
พี่ซอ ส้ม แอบอ้วกในห้องนอน เสียงอย่างกะน้ำตก แถมถุงรั่ว เลยต้องตื่นเช้ามารับใช้ประเทศชาติด้วยการซักผ้าห่มคืนเค้า แล้วก็พี่อุ๊ซซี่กะพี่เต๋า แอบอ้วกเลอะบ้าน ตอนเช้าพี่อุ๊ซซี่เลยต้องตื่นมาถูบ้านเช่นกัน ก๊ากๆ
 
วันที่ 4 ธันวาคม 2549
วันนี้ต้องกลับบ้านแล้ว ตื่นมากินข้าว ถ่ายรูป แล้วก็ไปนั่งกินโกโก้ร้านโอลี(อีกแล้ว) ขาเดินลงนี่ รันทดชีวิต พี่ป๋อมแอบเท้าพลิก พี่แอ๋มก็แอบเจ็บเท้าเพราะคอนเวิส ส่วนพี่หมูป่าแอบลื่นหลายรอบจนมอมแมมไปหมด กว่าจะลงมาถึงพื้นก็ทุลักทุเลกันมากมาย อ่อ ได้เห็น ปูป่า ด้วย พึ่งรู้ว่ะว่าบนภูเขาก็มีปูเหมือนกัน
นั่งรถแดงออกจากตีนภูไปรอขึ้นรถร้านเจ๊กิม(ตอนนั่งรถแดงจะเห็นภูกระดึงเต็มๆ ก็พูดกันว่า กรูเดินขึ้นไปบนนั้น แถมเดินรอบๆอีกเหรอเนี่ย ท่าทางกรูจาโรคจิตไปแล้ว เดินกันไปได้ไงวะ) นั่งรถ ป.1 ทรมานมากๆๆๆ ยอมปีนขึ้นภูอีก 5รอบเลย เมื่อยขาชิบเป๋ง (ขนาดกรูขาสั้นนะเนี่ย)    
มาถึงหมอชิตประมาณตี2เกือบตี3 นั่งอยู่หมอชิตถึงตี4ครึ่ง กลับไปนอนบ้านพี่แอ๋ม
 
วันที่ 5 ธันวาคม 2549 วันพ่อแห่งชาติ (ร๊ากพ่อนะ)
ตื่นมา 9โมงหลังจากเพิ่งได้นอนตอนตี5 นอนเกลือกกลิ้งเพราะเมื่อยมาก ตอนบ่ายโมงไปนวดกะพี่แอ๋ม เรานวดแค่ช.ม.เดียวเพราะยังไม่เคย ส่วนพี่แอ๋มนวด2ชม. พอนวดเสร็จ หลับสนิท พี่แอ๋มนวดเสร็จถึงมาปลุก แล้วก็ไปหัดขับรถเป็นเพื่อนพี่แอ๋ม (ไปถึงเจเจ เลยนะเฟ้ย เป็นโชคดีของเนม ที่ไม่เจอเรื่องหวาดเสียว 555) กลับมาแล้วก็มาหาพ่อ
ไปรับเสด็จมาด้วย เป็นบุญครั้งที่ 3ในชีวิต
 
 
 
ขอขอบคุณ....พี่แอ๋ม ที่ชวนเนมไปลำบาก
ขอขอบคุณ....ผองเพื่อนพี่แอ๋ม ที่อุส่าคิดทริบนี้ขึ้นมา ครั้งหน้าสัญญาว่าจะสอนยืดเส้นตั้งแต่ก่อนขึ้นภู
ขอขอบคุณ....พี่แสบ ที่เป็น เนวิเกเตอร์ให้พวกเรา
ขอขอบคุณ....นายพราน ที่ตามล่าหากระทิง ทำให้มีภูกระดึงเกิดขึ้น
ขอขอบคุณ....ลูกหาบ เห็นแล้วเหนื่อยแทน คนนึงแบกกัน 70-80กิโล บางคนแบกถึงแก๊ส ลังน้ำแข็ง ฟิตกันมาก
ขอขอบคุณ....ภูกระดึง บรรยากาศดีๆ และความทรงจำดีๆ
ขอขอบคุณ....ร้านโอลี ที่ให้เรานั่งเล่นเกม กันดึกดื่น แล้วก็บอกที่เที่ยว ทางเดินที่มันลำบากน้อยกว่า..(เหรอ)
ขอขอบคุณ....ป้าแม่บ้าน ที่ไม่ด่าเรา หลังจากที่เราทำบ้านเลอะไปด้วย...อ้วกของพี่ๆ
ขอขอบคุณ....มิตรภาพบนภูกระดึง ขาขึ้นตอนที่ท้อๆ ก็จะมีคนคอยบอกว่า..สู้ๆ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วว
ขอขอบคุณ....อีกครั้ง...พี่แอ๋ม(พี่ช้างป่า) พี่หนิง(พี่หมีป่า) พี่ซอ..ส้ม(พี่หมูป่า) พี่ป๋อม พี่อุซซี่ พี่เต๋า ไปกะพี่ๆมันก็หนุกดีอ่ะนะ พูดจริงๆ (ขอบคุณที่ช่วยตั้งชื่อให้ใหม่ด้วย หึหึ)
 
 
 
ประทับใจจอร์จ
 
ป.ล. ไว้ได้รูปครบก่อน จะมาลงให้ดูนะจ๊ะ ส่วนวันนี้ขอไปอยู่กะพ่อก่อน บ๊ายบายค้าบบ
ถ้ามีโอกาส คงได้เจอกันอีกนะ..ภูกระดึง
 
 
ไม่อยากจะเขียนบนหน้านี้ แต่ก็อดไม่ได้แหะ ไม่อยากจะเอาเรื่อง...เช่นนี้มาแปะไว้บนหน้าที่มีแต่สิ่งดีๆแบบนี้เลยว่ะ
แต่ก็เอาเหอะขอบคุณภูกระดึงอีกครั้ง ถ้าไม่ได้ไป คงไม่ได้รู้อะไรแบบนี้
หึหึ ความเอาตัวรอดของคน มันเป็นแบบนี้นี่เอง โกหกกันซึ่งๆหน้า เคยละอายมั่งมั้ยค้าบบ อยากจะรู้
ทำเป็นว่า กูผิดซะงั้นนะค้าบบ เคยบอกแล้วเหรอค้าบบ บอกตอนไหนไม่ทราบค้าบบ
 
เห๊อะ ได้แต่ยิ้มกับตัวเอง โชคดีจริงๆ ที่กูโดนแบบนี้ ไม่งั้นกูคงไม่รู้
สรุปว่า สิ่งที่กรูได้มา มีแต่ความตอแหลทั้งนั้นใช่มั้ย แสดดด
 
 
 
 
 
 
 
 
November 28

Princess Hour

ตอนนี้เพื่อนๆ บ้า Princess Hour กันใหญ่ (รวมทั้งเราด้วย อิอิ)
ถึงจะงานเยอะแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับการดู มีเวลาว่างแป๊บนึง ก็ขอเหอะวะ นิดนึงก็ยังดี
ดูไป ตอนแรกก็ชอบชิน แม่งเท่ บุคลิกดี แต่ ยูล หล่อกว่าว่ะ
เจ้าหญิงก็น่าร๊าก น่ารัก
 
ดูไปดูมา ก็สงสารยูล (ถึงจะมีแต่คนเชียร์ชินก็เหอะ)
คิดดู ทำไปทุกอย่าง เพื่อคนที่มันรัก
ทำให้ตายแค่ไหน ยูล ก็เป็น ยูล
ไม่มีทางที่จะแทนที่ชินได้เลย
คนเราถ้ามันจะรัก ถึงร้ายใส่แค่ไหนแม่งก็ยังรักวะ
 
ยูล ไม่มีทาง ที่จะแทนที่ เจ้าชาย ของ เจ้าหญิง
 
ถ้าเจ้าหญิง เจอกับ ยูล ก่อนเจ้าชาย
เจ้าหญิง กับ ยูล คงจะได้รักกัน
 
ใช่ว่าเรื่องแบบนี้ จะมีแต่ในหนังเกาหลี
November 01

คิดถึงไอ้จุ้นกะบ้านปางแก

วันนี้ตื่นมาตั้งแต่ 7.30 ก็ติดมาจากค่ายนี่แหละ
ตื่นมาก็ทำนู่นทำนี่ แล้วก็นั่งออนmsnทิ้งไว้
นอนกลิ้งไปกลิ้งมา คิดถึงค่าย
คิดถึงไอ้จุ้น คิดถึงคนที่ค่าย
ไม่รู้ป่านนี้ไอ้จุ้นจะเป็นยังไงมั่ง
ไม่คิดว่าไปแค่ไม่กี่วันจะผูกพันมากขนาดนี้เลยนะ
แถมอยู่บ้านก็เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ
ร้อนอีกตังหาก
จะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยนั่น
เราคิดว่าคงไม่แล้วแหละ
จะมีใครหาข้าวให้เอ็งกินมั้ยฮะไอ้จุ้น
 
อยากอยู่ต่อนานๆกว่านี้จัง
เพิ่งจะเริ่มชินๆเองนะ
ช่วงเวลามีความสุขมันผ่านไปเร็วแบบนี้นี่เอง
 
 
คิดถึงไอ้จุ้น...ขน๊าดดด